CMYK COLOR คืออะไร

ในการพิมพ์งานของโรงพิมพ์ จะต้องมีการจัดการไฟล์งานในโหมดของระบบสีให้ถูกต้อง เพื่อผลงานพิมพ์ออกมาจะได้ภาพที่คมชัดสีสันสดใสเหมือนภาพจริง ดังนั้นการปรับโหมดสีในส่วนของงานพิมพ์ที่เหมาะสมคือโหมด CMYK Color นั่นเอง
ว่าแต่ ระบบสี CMYK คืออะไร หลักการทำงานของระบบสี CMYK ที่ถูกต้อง รวมถึงการตั้งค่าไฟล์งานและการปรับโหมดสี CMYK ทำอย่างไรในโปรแกรม Photoshop และ Illustrator เรามาติดตามกัน

ระบบสี CMYK คืออะไร รวมถึง ความหมาย และหลักการทำงานของระบบสี CMYK

เป็นที่ทราบกันดีว่า ระบบสีที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ได้อย่างมีคุณภาพและได้งานพิมพ์ออกมาสวย สีสันคมชัดได้นั้นคือระบบสี CMYK ที่ย่อมาจาก C = Cyan ฟ้าอมเขียว, M = Magenta แดงอมม่วง, Y = Yellow เหลือง และ K = Key ดำ ทั้งหมดนี้เป็นสีที่เมื่อนำมาผสมผสานกันด้วยวิธีการพิมพ์ซ้อนทับกัน จะสามารถทำให้เกิดสีสันต่าง ๆ ได้อีกเป็นร้อย ๆ เฉดสี

ระบบสี CMYK จะเป็นระบบที่ถูกนำมาใช้ในงานพิมพ์ต่าง ๆ และการแสดงสีในแบบรูปจำลองกราฟฟิคสามมิติ โดยการใช้งานจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบคือ CMYK และ RGB ที่มีการแบ่งแยกตามการใช้งาน ในการพิมพ์งานแต่ละครั้งจะต้องตั้งค่าการทำงานในโปรแกรมด้วยการใช้ค่าสีระบบ CMYK แต่ถ้าต้องการสีที่แสดงผลออกทางหน้าจอจะเลือกใช้ระบบ RGB

การผสมทั้ง 4 สีนี้จะทำให้เกิดสีได้อีกหลากหลายสี ระบบสี CMYK จะถูกนำมาใช่ในการพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น พิมพ์สมุด พิมพ์กล่องกระดาษ พิมพ์ถุงกระดาษ พิมพ์การ์ด พิมพ์หนังสือโหมดสี CMYK เป็นส่วนที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากในการออกแบบสำหรับงานพิมพ์ การจะทำไฟล์งานแต่ละครั้งจะต้องตั้งค่าไฟล์งานอาร์ตเวิร์คให้เป็นโหมดสี CMYK Color เสมอ

CMYK เป็นระบบสีที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ออกทางกระดาษหรือวัสดุผิวเรียบ ประกอบด้วยสีหลัก 4 สี คือสีฟ้า Cyan สีม่วงแดง Magenta สีเหลือง Yellow และสีดำ Black เมื่อผสมกันจะเกิดเป็นสีดำเนื่องจากหมึกพิมพ์มีความไม่บริสุทฺธิ์จึงเป็นการผสมสีแบบลบ Subtractive ซึ่งหลักการเกิดสีของระบบนี้ คือ หมึกสีหนึ่งจะดูดกลืนแสงจากสีหนึ่งแล้วสะท้อนกลับออกมาเป็นสีต่าง ๆ

เนื่องจากโมเดลของสี CMYK ทำงานโดยการปิดบังสีบางส่วนหรือทั้งหมดบนพื้นหลังที่มีสีขาว หมึกจะลดแสงที่สะท้อนออกมา เราเรียกว่าการลบ เพราะหมึกจะลบ สีแดงเขียวและน้ำเงินจากแสงสีขาว แสงสีขาวลบด้วยสีแดงใบสีฟ้า แสงสีขาวลบด้วยสีเขียวใบสีม่วงแดง และแสงสีขาวลบด้วยสีน้ำเงินใบเหลือง

ในโมเดลสีเติมแต่งอย่างเช่น RGB COLOR สีขาวคือการรวมกันของสารเติมแต่งของแสงสีทั้งหมด ในขณะที่สีดำไม่มีแสงในรุ่น CMYK มันจะตรงกันข้ามกัน สีขาวเป็นสีธรรมชาติของกระดาษ ในขณะที่สีดำเป็นผลมาจากากรผสมผสานอย่างเต็มรูปแบบของหมึกสี เพื่อให้ได้โทนสีดำที่เข้มกว่าสีที่ไม่อิ่มตัว และสีเข้มถูกสร้างขึ้นโดยใช้หมึกสีดำแทนที่จะใช้สีฟ้าแกมน้ำเงินและเหลือง

การตั้งค่าไฟล์งาน และการปรับโหมดสี CMYK

1.การปรับโหมดสี CMYK

ก่อนส่งไฟล์งานให้โรงพิมพ์ ต้องตั้งไฟล์งานให้อยู่ในโหมด CMYK เพื่อการพิมพ์ผลออกมา จะได้ผลงานจริงกับสีในจอได้ตรงกัน โดยการตั้งค่าให้เป็น CMYK Mode ทำดังนี้

  • Photoshop – เข้าไปที่ File > New > Color Mode > เลือก CMYK
  • Illustrator – เข้าไปที่ File > New > Advanced > ตรง Color Mode ให้เลือก CMYK

2.ตั้งค่าความละเอียดของไฟล์ File Resolution

การออกแบบเราต้องตรวจสอบเรื่องของ Resolution ก่อน มีหน่วยวัดเป็น DPI Dots Per Inch หรือ PPI Pixels Per Inch ซึ่งถ้าค่า DPI หรือ PPI มีมาก ความละเอียดและความคมชัดของภาพยิ่งสูงขึ้น ซึ่งภาพที่แสดงบนจอจะมี Resolution 72 DPI แต่ถ้าเป็นงานสิ่งพิมพ์ควรใช้ Resolution 300 DPI ภาพออกมาคมชัดแน่นอน

วิธีการตั้งค่า Resolution

  • Photoshop – เข้าไปที่ File > New > Resolution ให้ใส่ 300
  • Illustrator – เข้าไปที่ File > New > Advanced > ตรง Raster Effects เลือก 300 PPI

3.ตั้งค่าระยะขอบและระยะตัดตก Margin & Bleed

การตั้งระยะขอบ การวางตัวหนังสือหรือรูปที่ต้องการพิมพ์ ด้วยการตั้งเข้ามาสัก 3-4 มม. ไว้ใน save zone ที่ปลอดภัยจากการความคลาดเคลื่อนในการตัดชิ้นงาน การตั้งระยะตัดตก ควรเผื่อพื้นหลังของชิ้นงานให้ใหญ่กว่า Artboard สัก 3-4 มม. เพื่อป้องกันการเกิดขอบขาวหลังพิมพ์และความคลาดเคลื่อนในการตัดชิ้นงาน

วิธีการตั้งค่าหน้ากระดาษ Artboard

  • Photoshop – เข้าไปที่ View เลือก Rulers ไม้บรรทัดจะโชว์ชึ้นมา ทำการลากเส้น เพื่อสร้างขอบของงาน โดยการลากออกมาจากตรงไม้บรรทัดด้านบน ส่วนขนาดของพื้นที่ในการทำชิ้นงานกำหนดได้เองโดยวัดจากไม้บรรทัด จากนั้นทำการ Canvas Size เพื่อกำหนดระยะของตัดตก โดยเข้าไปที่ Image > Canvas Size ให้ติ๊กถูกที่ช่อง Relative เพื่อให้ขอบงานขยายออก กำหนดได้ตามความเหมาะสม แต่ที่แนะนำคือ 3-4 Millimeters.
  • Illustrator – เข้าไปที่ File > New > Bleed > ตรง Top /Bottom/Left/Right > ใส่ระยะตัดตกตามต้องการได้เลยเข้าไปที่ View > Rulers > Show Rulers ทำการลากเส้น Guide Line เพื่อสร้างขอบของงาน โดยการลากออกมาจากตรงไม้บรรทัด
    ด้านบน ส่วนขนาดของพื้นที่ในการทำชิ้นงานกำหนดได้เองโดยวัดจากไม้บรรทัด

อ่านเพิ่มเติม การทำขอบตัดตก และการเตรียมไฟล์ส่งโรงพิมพ์

4.เปลี่ยน Font ให้เป็น Graphic

5.ฝังไฟล์รูปภาพ

เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาการเปิดไฟล์งาน แล้วโปรแกรมถามหารูป แต่หากได้ทำการฝังไฟล์ปัญหาแบบนี้ก็ไม่เกิด

สรุปได้ว่า หากเราต้องการสร้างไฟล์งานสิ่งพิมพ์เพื่อส่งต่อให้โรงพิมพ์ทำการพิมพ์ เราต้องจัดส่งไฟล์งานที่ถูกสร้างขึ้นในโหมด CMYK COLOR เท่านั้น ด้วยโหมดการพิมพ์สี CMYK นี้จะทำให้เราเห็นโหมดสีที่ใกล้เคียงกับงานพิมพ์ที่สุด และหากท่านใดที่ยังสงสัยในเรื่องของโหมดสีที่ถูกต้องคมชัด

ให้โรงพิมพ์ JPRINT เป็นที่ปรึกษาด้านงานพิมพ์ของท่าน ด้วยทีมงานนักออกแบบงานพิมพ์อย่างมืออาชีพที่จะเข้ามาดูแลงานพิมพ์ของท่านด้วยความรับผิดชอบต่องาน และระบบงานพิมพ์ของเราใช้เครื่องพิมพ์ระดับสากลที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างสูงในการผลิตงานพิมพ์ทุกชิ้น ทำให้ผลงานพิมพ์ออกมาภาพสวยคมชัด สีสันสดใสเสมือนจริงได้อย่างมีคุณภาพสูง ท่านจึงมั่นใจได้เลยว่างานพิมพ์ของท่านจะออกมาดีมีคุณภาพอย่างแท้จริง และหากท่านสนใจงานพิมพ์ สามารถเข้าชมผลงานของเราก่อนได้ที่ Jprint.co.th เรายินดีต้อนรับทุกท่านและพร้อมรับประกันผลงานดีมีคุณภาพอย่างแน่นอน